วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ภูป่าเปาะ

ยินดีต้อนรับท่านผู้ชมทุกท่านค่ะ วันนี้ดิฉันจะพาไปชมสถานที่ท่องเที่ยวในภาคอีสานนั่นก็คือ ผาชะนะได สวยงามมากเหมาะแก่การไปถ่ายรูปมากๆเลยค่ะ ไปชมกันเล้ยยย                                                                                                                                                                                                                                                                           ภูป่าเปาะ                                        

ภูป่าเปาะ ฟูจิเมืองเลย ชมบรรยากาศ 360 องศา
คำว่า ภูป่าเปาะ นั้นมาจากภูเขาที่มีป่าไผ่เปาะ ไผ่เปาะ เป็นไผ่ชนิดหนึ่งที่ขึ้นได้ทั่วไปตามภูเขายังสามารถพบได้ทุกๆ อำเภอ ของจังหวัดเลย ลักษณะของ ไผ่เปาะนั้น เป็นไผ่ที่เปาะแตกหักง่าย และนี่คือที่มาของคำว่า ภูป่าเปาะ
ส่วนที่เป็นจุดเด่น และเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว ก็คือ การได้ขึ้นไปชมบรรยากาศ และมองเห็นยอดของ ภูหอ
ภูหอ” มีลักษณะเป็นภูเขาสูงปลายยอดตัดราบบนภู ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับภูเขาไฟฟูจิยามา ที่ประเทศญี่ปุ่น จึงเรียกกันว่า “ฟูจิเมืองเลย” ภูหอ เป็นภูเขาที่มีลักษณะเด่นอย่างที่กล่าวมาแล้วนั้น และยังเป็นสัญลักษณ์ของ ตำบลภูหอ อำเภอภูหลวงอีกด้วย เพราะภูหอลูกนี้ตั้งอยู่ในเขต ตำบลหอภู อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย

สถานที่ตั้งของ ภูป่าเปาะ ฟูจิเมืองเลย
ภูป่าเปาะ ตั้งอยู่ที่บ้านผาหวาย ตำบลปวนพุ อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย ซึ่งปัจจุบันได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดเลย เรียบร้อยแล้ว ภูป่าเปาะนี้ อยู่ห่างจาก “สวนหินผางาม” ประมาณ 7 กิโลเมตร หรือที่เรียกกันว่า คุนหมิงเมืองไทย หรือ คุนหมิงเมืองเลย
ลักษณะของ ภูป่าเปาะ
ภูป่าเปาะ นั้นมีความน่าสนใจ คือ มีจุดชมวิว ที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 900  เมตร สามารถมองเห็นภูหอ ซึ่งเป็นทางด้าน อำเภอภูหลวง หรือที่เรียกว่า “ฟูจิเมืองเลย” นั่นเอง

สามพันโบก

ยินดีต้อนรับท่านผู้ชมทุกท่านค่ะ วันนี้ดิฉันจะพาไปชมสถานที่ท่องเที่ยวในภาคอีสานนั่นก็คือ ผาชะนะได สวยงามมากเหมาะแก่การไปถ่ายรูปมากๆเลยค่ะ ไปชมกันเล้ยยย                                    

                                    สามพันโบก

สามพันโบก ความงดงามในยามแล้ง

สามพันโบก ความงดงามในยามแล้ง
สามพันโบก เป็นแก่งหินใต้ลำน้ำโขง เขตบริเวณบ้านโป่งเป้า ตำบลเหล่างาม อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี สามพันโบกคือความงดงามใต้น้ำ ที่จะปรากฏให้เห้นความงดงามแค่เพียงในยามน้ำแล้งเท่านั้น เนื่องจากในช่วงฤดูน้ำหลากแก่งหินดังกล่าวจะจมอยู่ใต้บาดาล ความสวยงามวิจิตรของหินที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนเว้าแหว่ง มองเห็นเป็นภาพศิลปะ มีรูปร่างแตกต่างกันออกไป ใหญ่บ้างเล็กบ้าง บ้างเป็นรูปวงรี รูปดาว รูปวงกลม และรูปอื่นๆ อีกมากมาย ตามแต่ที่เราจะจินตนาการจำนวนมากกว่า 3,000 แอ่ง หรือ 3 พันโบก?เพราะมีมากกว่า 3,000 แอ่ง ที่นี่จึงได้ฉายาว่า “แกรนแคนย่อนเมืองไทย” “โบก” เป็นชื่อเรียกของ แอ่ง หมายถึง บ่อน้ำลึกในแก่งหินใต้ลำน้ำโขง และคำว่า “โบก” เป็นภาษาของลาวที่มักนิยมเรียกกัน และ สามพันโบก กลายเป็นที่เพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืด ในลำน้ำโขงตามธรรมชาติแหล่งใหญ่ที่สุด รักษาระบบนิเวศและการขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำ ในลำน้ำโขงให้อยู่ได้อย่างสมดุล                                                                      

ผาชะนะได

ยินดีต้อนรับท่านผู้ชมทุกท่านค่ะ วันนี้ดิฉันจะพาไปชมสถานที่ท่องเที่ยวในภาคอีสานนั่นก็คือ ผาชะนะได สวยงามมากเหมาะแก่การไปถ่ายรูปมากๆเลยค่ะ ไปชมกันเล้ยยย                                    

                          

ผาชะนะได

จุดชมวิว ผาชะนะได


                           
“พรุ่งนี้พระอาทิตย์ขึ้นที่ผาชะนะได อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี” เสียงจากการรายงานพยากรณ์อากาศหลังข่าวภาคค่ำที่หลายคนเคยได้ฟังจนชินหู ทำไมพระอาทิตย์ต้องขึ้นที่ผาชะนะได ผาชะนะไดอยู่ที่ไหน สวยงามเพียงใด คงเป็นคำถามที่ค้างคาใจของใครหลายคนกันมานาน
ผาชะนะได เป็นภูเขาที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 450 เมตร ส่วนของหน้าผาตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกสุดของประเทศไทย เป็นจุดเริ่มต้นคำนวณเวลาพระอาทิตย์ขึ้น ตั้งอยู่ในป่าดงนาทาม ในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม เป็นจุดที่มองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นเป็นจุดแรกของประเทศไทย ทิวทัศน์เบื้องล่างจะเป็นแม่น้ำโขงกั้นแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศไทยและลาว เบื้องหน้าเป็นภูเขาแดนลาวที่วางเรียงรายสลับซับซ้อนมองดูสวยงาม ฤดูหนาวนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับความสวยงามของทะเลหมอกเหนือลำน้ำโขง

ป่าดงนาทามเป็นผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ ทั้งสัตว์ป่าและเหล่าพันธุ์พืชของต้นไม้ ดอกไม้ป่าต่างๆ ที่หาดูได้ยาก ความหลากหลายทางธรรมชาติ เช่น น้ำตก ทุ่งดอกไม้ป่า กลุ่มหินรูปร่างแปลกตา เหมาะสำหรับการเดินทางไปสัมผัสธรรมชาติและพักผ่อนวันหยุดที่แสนเงียบสงบในผืนป่าใหญ่ เสน่ห์ของผาชะนะไดมีมากมาย โดยเฉพาะถนนที่ขึ้นสู่ยอดผาเป็นระยะทาง 15 กิโลเมตรสุดท้าย ถือได้ว่าท้าทายความสามารถของคนขับรถ เพราะลักษณะถนนเป็นเส้นทางกึ่งออฟโรดขึ้นเนินและลานหินที่ขรุขระ กระเด้งกระดอน โยกเยกไปมา ตลอดระยะทางถนนสองข้างทางเต็มไปด้วยธรรมชาติเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมและสัมผัสตลอดทาง ไม่ว่าจะเป็นน้ำตก กลุ่มหินรูปร่างแปลกตา ลานดอกไม้ป่า และพะลานหิน ล้วนดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวได้จอดรถแวะถ่ายรูปกัน หรือจะลงเล่นน้ำตกก่อนเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางที่ผาชะนะไดก็ได้ นอกจากน้ำตกที่สวยงามแล้ว ยังมีประติมากรรมหินรูปร่างแปลกตาที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ขึ้นมาจากการกัดกร่อนของสายลมและแสงแดดที่ล้วนแล้วแต่นักท่องเที่ยวจะจินตนาการรูปร่างของหินที่พบแตกต่างกันออกไป

การเดินทางในช่วงระยะ 15 กิโลเมตรสุดท้ายควรใช้รถกระบะที่มีความสูงปกติหรือรถกระบะยกสูงขับเคลื่อนสี่ล้อจะสะดวกในการเดินทางกว่า เพราะบางจุดต้องข้ามลำธารและสลับกับขึ้นเนินหินที่มีความชัน หากเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว ถนนจะมีน้ำขังทำให้บางจุดรถอาจติดหล่มได้ เพราะฉะนั้นนักท่องเที่ยวควรเตรียมอุปกรณ์ในกรณีฉุกเฉิน เช่น จอบ เสียม ไปด้วย เพื่อการเดินทางที่ราบรื่น นอกจากนี้ตลอดระยะทางที่เป็นช่วงกึ่งออฟโรดจะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ทำให้ไม่สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ การเดินทางในช่วงนี้อาจใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงเลยทีเดียว นักท่องเที่ยวควรเตรียมอาหารและเครื่องดื่มให้พร้อม เพราะที่หน่วยบริการนักท่องเที่ยวผาชะนะไดข้างบนไม่มีจำหน่าย แต่จะมีเต็นท์และถุงนอนเท่านั้นไว้คอยบริการ
เมื่อเดินทางถึงหน่วยบริการนักท่องเที่ยวผาชะนะไดแล้ว จะมีลานกางเต็นท์ 3 จุดเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวได้หลายร้อยคน มีห้องน้ำที่สะอาด มีไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ส่องสว่างจนถึงเวลาประมาณเที่ยงคืน จากนั้นไฟก็จะดับและมืดสนิท นักท่องเที่ยวควรเตรียมอุปกรณ์ส่องสว่างมาให้พร้อม
ในระหว่างทางก่อนถึงผาชะนะไดเพียง 1 กิโลเมตร มีจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงาม นั่นคือ เสาเฉลียงคู่ซึ่งแยกเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ที่นี่ถือได้ว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดในจังหวัดอุบลราชธานีเลยก็ว่าได้ เพราะสามารถมองเห็นภูเขาที่วางเรียงรายสลับซับซ้อนของผืนป่าดงนาทามอันกว้างใหญ่และเงียบสงบ มีสายลมหนาวพัดมากระทบเป็นระยะๆ ช่างเป็นบรรยากาศที่โรแมนติกควบคู่ไปกับการนั่งชมแสงตะวันสุดท้ายของวัน หากนักท่องเที่ยวนั่งต่ออีกสักครู่หลังพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว จะมองเห็นหมู่ดาวที่ส่องแสงทอประกายหนึ่งในนั้นที่ชวนให้หลงใหลคือ กลุ่มดาวกาแล็กซีทางช้างเผือก ซึ่งมองเห็นได้ชัดเจนมากเนื่องจากบริเวณเสาเฉลียงคู่มืดสนิทไร้แสงไฟรบกวน จึงเหมาะแก่การนอนนับดาวก่อนจะกลับไปยังลานกางเต็นท์

บรรยากาศยามค่ำคืนบนผาชะนะได บางครั้งมีกระแสลมค่อนข้างแรงประกอบกับอากาศที่หนาวเย็นหากคืนไหนฟ้าโปร่ง อากาศดี ยังสามารถนอนดูดาวที่ลานกางเต็นท์ได้อีกด้วย ตอนเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 05.00 นาฬิกา นักท่องเที่ยวควรตื่นก่อนประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อทำกิจวัตรส่วนตัวและเดินทางต่ออีกประมาณ 1 กิโลเมตรไปยังหน้าผาเพื่อเฝ้ารอชมพระอาทิตย์แรกของวัน หากวันไหนอากาศมีความชื้นสูง เช่น ปลายฝนต้นหนาว (ตุลาคม-ธันวาคม) จะมีทะเลหมอกให้ชมสลับกับเทือกเขาที่สลับซับซ้อนทางฝั่งประเทศลาว ท่ามกลางดงดอกไม้ป่านานาชนิดที่ผลิดอกบานสะพรั่งทั่วทั้งผืนป่าดงนาทาม ใกล้กันกับผาชะนะไดยังมีผากำปั่นซึ่งเป็นผาที่มีชะง่อนหินยื่นออกไปทางแม่น้ำโขง เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความท้าทายให้ออกไปยืนถ่ายรูปและชมวิวของฝั่งประเทศลาว ผากำปั่นยังมีสถานที่ที่น่าสนใจอีก เช่น ลานหินแตก น้ำตกกวางโตน ถ้ำฝ่ามือแดง เพื่อรอให้นักท่องเที่ยวได้ผจญภัยกัน การเดินทางไปยังผากำปั่นควรติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางในการเดินเท้าเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

เส้นทางสู่ผาชะนะไดเป็นเส้นทางที่ค่อนข้างขรุขระ นักท่องเที่ยวควรมาถึงบ้านซะซอมหรือบริเวณวัดถ้ำปาฏิหาริย์ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของถนนลาดยางก่อนที่จะเข้าสู่เส้นทางกึ่งออฟโรดก่อนเวลาบ่ายสามโมง เพราะตลอดระยะทาง 15 กิโลเมตรสุดท้ายต่อจากนี้จะใช้เวลาในการเดินทางต่ออีกประมาณ 1-2 ชั่วโมงไปตามทางที่ขรุขระจนถึงปลายทางที่หน่วยบริการนักท่องเที่ยว ที่สุดของความสวยงามในการเดินทางท่องเที่ยวผาชะนะไดคือ อากาศที่หนาวเย็น ทะเลหมอกที่สวยงาม มองเห็นแสงตะวันก่อนใครในประเทศ ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยาก นับว่าคุ้มค่ากับการเดินทางมาสู่ผืนป่าดงนาทามและผาชะนะได เป็นความประทับใจที่นักท่องเที่ยวไม่อาจลืมและอยากกลับมาสัมผัสกับเสน่ห์ของที่นี่อีกครั้งแน่นอน ทุกๆ วันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี ผาชะนะไดได้มีการจัดงานและพิธีตักบาตรพระสงฆ์ รวมทั้งชมแสงตะวันแรกของปีก่อนใครในประเทศ ความสวยงามเหล่านี้จะหาไม่ได้เลยถ้าเราไม่ออกไปสัมผัสด้วยตัวเอง

วีดีโอเกี่ยวกับ ผาชะนะได


ที่มาhttps://www.xn--72c5aba9c2a3b8a2m8ae.com

ห้วยหลวง

ยินดีต้อนรับท่านผู้ชมทุกท่านค่ะ วันนี้ดิฉันจะพาไปชมน้ำตกห้วยหลวงซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในภาคอีสานที่สวยงามมากเหมาะแก่การไปถ่ายรูปและเล่นน้ำมากๆเลยค่ะ ไปชมกันเล้ยยยย                              

          น้ำตกห้วยหลวง



น้ำตกห้วยหลวง

ที่มาที่มาhttps://www.paiduaykan.com/province/Northeast/ubonratchathani/huayluangwaterfall.html

น้ำตกห้วยหลวง ตั้งอยู่ในเขตอุทยานอุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย โดยไฮไลท์ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของอุทยานก็คงเป็น "น้ำตกห้วยหลวง" น้ำตกที่คนในท้องถิ่นเรียกกันว่า "น้ำตกบักเตว" น้ำตกขนาดใหญ่เกิดจากลำธารห้วยหลวง ที่อยู่เลยที่ทำการ อุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย ไปทางใต้ 3.5 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวกโดยรถยนต์ น้ำตกห้วยหลวง เป็นน้ำตก ที่มีความสูง ประมาณ 45 เมตร ไหลผ่านหน้าผาลงสู่เบื้องล่างมีลักษณะเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ พื้นน้ำเป็นสีเขียวมรกตและมีหาดทรายขาว สะอาดเหมาะสำหรับการลงเล่นน้ำ ด้านบนมีจุดชมทิวทัศน์และถ่ายภาพ ด้านล่างมีบันไดสำหรับขึ้นลงจำนวน 272 ชั้การเดินทางไปน้ำตกห้วยหลวง
- โดยรถยนต์ส่วนตัว 
ใช้เส้นทาง อุบลราชธานี-อำเภอวารินชำราบ อำเภอเดชอุดม อำเภอน้ำยืน อำเภอนาจะหลวย ระยะทางรวม 140 กิโลเมตร ก่อนถึงอำเภอนาจะหลวย ประมาณ 10 กิโลเมตร จะถึงบ้านแก้งเรืองซึ่งมีทางแยกเข้าอุทยานแห่งชาติ 
- โดยรถประจำทาง 
จากกรุงเทพฯ ได้ทั้งทางรถไฟ รถยนต์ สายเก่า-สายใหม่ เมื่อถึงจังหวัดอุบลราชธานีแล้ว เดินทางโดยรถยนต์ประจำทาง จังหวัดอุบลราชธานีอำเภอนาจะหลวย ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร 
                                                                                                                  





"ภูกระดึง" หรือ "อุทยานแห่งชาติภูกระดึง"

                                                                                                                                                                                                                                           ภูกระดึง

ภูกระดึง ที่เที่ยวยอดฮิต พร้อมรีวิวการเดินทางไปภูกระดึง

 "ภูกระดึง" หรือ "อุทยานแห่งชาติภูกระดึง"

ขึ้นภูกระดึงทั้งที ต้องผ่านน้ำตก ผ่านป่า ลัดเลาะตามทางไป ผจญภัยของจริง เดี๋ยวจะหาว่ามีแต่ในละคร ถ้าไม่เชื่อต้องลองติดตามดู รีวิวภูกระดึง รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวังน่าสนุกมากและได้เห็นอะไรที่เป็นธรรมชาติจริงๆ ถ้าพร้อมแล้ว ตามคุณ หมาป่าเดียวดาย บนยอดดอย ไปกันเลยดีกว่าค่ะ
สวัสดีครับ เพื่อนสมาชิก นี่ก็จะเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผมอยากจะนำเสนอทริปภูกระดึง ซึ่งคราวนี้ก็เป็นครั้งที่ 4 แล้ว ตั้งแต่วันที่ 4-9 พ.ค. ที่ผ่านมา ก็ได้อานิสงค์จากวันหยุดยาวก็เลยลาพักผ่อนเพิ่มอีกหน่อย หลังจากวุ่นวายจากเรื่องราวในเมือง ก็เลยอยากเข้าป่าเขา หาอิสระให้แก่ชีวิตซะหน่อย
เดือนพฤษภาคมถือเป็นช่วงต้นหน้าฝนของภูกระดึง ดังนั้นก็จะเริ่มมีธรรมชาติ ความสดชื่น และความเขียวให้ได้เห็นกันพอสมควร อีกทั้งนักท่องเที่ยวในช่วงนี้มีน้อยมาก ๆ ก็ไม่ต้องวุ่นวาย ซึ่งก็เหมาะแก่การพักผ่อนมากเลยทีเดียว

ประวัติ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

สำหรับอุทยานแห่งชาติภูกระดึง นั้นได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ 2 ของประเทศไทย โดยตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย มีความสูง 1,316 เมตร โดยสภาพทั่วไปของภูกระดึง นั้นประกอบไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด มีพันธุ์สัตว์ป่านานาพันธุ์ ชมวิวที่หน้าผา ทุ่งหญ้า ลำธาร และก็น้ำตก ซึ่งลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหินทรายยอดตัด จุดสูงสุดอยู่ที่บริเวณคอกเมย อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ต้นน้ำของลำน้ำพอง ซึ่งเป็นลำน้ำสายสำคัญสายหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีกด้วย ด้วยความที่ภูกระดึงมีสูงมากๆ จึงมีบรรยากาศ และสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดปีบนยอดภูกระดึง โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว ที่อุณหภูมิอาจจะลดต่ำลงจนถึง 0 องศาเซลเซียส

แก่งตะนะ


ยินดีต้อนรับท่านผู้ชมทุกท่านค่ะ วันนี้ดิฉันจะพาไปชมสถานที่ท่องเที่ยวในภาคอีสานนั่นก็คือแก่งตะนะสวยงามมากถ่ายรูปมากๆเลยค่ะ ไปชมกันเล้ยยยย                                                                                               

                      


            อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ จังหวัดอุบลราชธานี


อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ
ภาพโดย Amazing Thailand จาก flickr.com/photos/amazingthailandalwaysamazesyou
อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ ได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 33 ของประเทศ มีเนื้อที่ประมาณ 50,000 ไร่ หรือ 80 ตารางกิโลเมตร โดยครอบคลุมท้องที่อำเภอโขงเจียม และอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี สภาพพื้นที่ทั่วไปเป็นที่ราบและเนินเขาเตี้ยๆ โดยมียอดเขาบรรทัดเป็นจุดสูงสุด ความสูงประมาณ 543 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขงไหลผ่านตามแนวเขตทางด้านทิศเหนือไปออกประเทศลาว บริเวณแก่งตะนะจะมีสายน้ำที่ไหลเชี่ยวและลึก อีกทั้งยังมีถ้ำใต้น้ำหลายแห่ง จึงทำให้มีปลาอาศัยอยู่ชุกชุม ตรงกลางมีโขดหินขนาดใหญ่เป็นเกาะกลางน้ำ
แก่งตะนะ
ภาพโดย Papa Paul จาก panoramio.com/photo/53933975
คำว่า “ตะนะ” ตามคำเล่าขานของชาวบ้านเป็นคำที่เพี้ยนมาจากคำว่า “มรณะ” เนื่องจากบริเวณแก่งตะนะนี้มีกระแสน้ำไหลที่เชี่ยวกราก และมีโขดหินใหญ่น้อยอยู่ทั่วไป ตลอดจนมีถ้ำใต้น้ำอยู่หลายแห่ง ชาวบ้านที่สัญจรทางน้ำหรือออกจับปลา มักประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตอยู่เป็นประจำ ชาวบ้านจึงเรียกแก่งนี้ว่า “แก่งมรณะ” ซึ่งต่อมาเพี้ยนเป็นคำว่า “แก่งตะนะ”
สภาพพื้นที่ทั่วไปส่วนใหญ่เป็นที่ราบ และเนินเขาเตี้ยๆ มีแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขงไหลผ่าน มียอดเขาที่สูงที่สุดคือ ยอดเขาบรรทัด สูงประมาณ 543 เมตร ทำให้มีลักษณะภูมิอากาศจัดอยู่ในเขตลมมรสุม แต่เนื่องจากอยู่ใกล้แม่น้ำสำคัญสายใหญ่ 2 สาย อากาศจึงแตกต่างจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยทั่วไป คือ ฤดูร้อน อากาศจะไม่ร้อนจนเกินไป ฤดูหนาว ไม่หนาวจัด ส่วนฤดูฝน ฝนตกค่อนข้างชุก สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ในฤดูฝนและฤดูหนาวจะมีผู้มาเที่ยวชมแม่น้ำมูล แม่น้ำโขง และน้ำตกต่างๆ ส่วนในปลายฤดูหนาวและฤดูร้อน นิยมมาเที่ยวชมแก่งต่างๆ ในลำน้ำมูลแทน
สายน้ำ แก่งตะนะ
ภาพโดย prasom จาก flickr.com/photos/wwwp-esancom
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของอุทยานมีทั้งด้านประวัติศาสตร์ ที่คุณไม่ควรพลาดคือการได้มาชมถ้ำพระ หรือถ้ำภูหมาใน อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นชะง่อนผายื่นเข้าไปในฝั่งแม่น้ำมูล ภายในถ้ำมีการค้นพบศิลาจารึกและแท่นศิวลึงค์ ส่วนของฐานโยนีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 ซึ่งตรงกับช่วงสมัยพระเจ้าศรีมเหนทรวรมัน (เจ้าชายจิตรเสน) ส่วนศิลาจารึกของจริงได้มีการนำไปไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอุบลราชธานี ส่วนที่เที่ยวทางธรรมชาติมีทั้งน้ำตกและแก่งหินในลำน้ำในแม่น้ำมูล ที่คุณไม่ควรพลาดคือการมาเที่ยวพักผ่อนเล่นน้ำและชมวิวที่แก่งตะนะ ซึ่งลักษณะของแก่งเกิดจากดอนตะนะที่แบ่งสายน้ำมูลออกเป็นสองสาย ก่อนจะไหลโอบดอนมารวมกันอีกครั้งหนึ่ง บริเวณนี้มีกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากและแก่งหินใต้น้ำ จึงทำให้ปลาบริเวณแก่งตะนะชุกชุม
สายน้ำ แก่งตะนะ
ภาพโดย Amazing Thailand จาก flickr.com/photos/amazingthailandalwaysamazesyou
นอกจากนี้ทางอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะยังได้จัดทำเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไว้สำหรับนักท่องเที่ยวเพื่อเดินศึกษาธรรมชาติ 2 เส้นทาง เส้นทางแรกเริ่มต้นจากแก่งตะนะไปยังลานผาผึ้ง และเส้นทางที่สองที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือจากแก่งตะนะไปดอนตะนะ ซึ่งด้านบนของดอนจะมีหาดทรายในช่วงฤดูหนาวและฤดูแล้งให้ลงเล่น ด้วยสิ่งที่ทำให้ดอนตะนะดูโดดเด่นคือสะพานแขวนลวดสลิงขนาดใหญ่ที่แขวนเชื่อมจากฝั่งแม่น้ำมูล ซึ่งเป็นจุดชมวิวลำน้ำมูลและวิวแก่งได้อย่างสวยงามอีกด้วย ส่วนที่ลานผาผึ้งนั้นเป็น พลาญหินทรายและหน้าผาชันที่มีวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม มองเห็นภูมิทัศน์ได้กว้างไกลถึงประเทศลาวเลยทีเดียว
สะพานแขวน อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ
ภาพโดย Kot-Adventure จาก panoramio.com/photo/37074892
ส่วนใครที่ชอบการเที่ยวน้ำตก ที่นี่มีน้ำตกตาดโตนให้คุณได้เที่ยวพักผ่อนเล่นน้ำได้ด้วย เป็นน้ำตกที่เดินทางสะดวกเพราะตั้งอยู่ริมถนน ต้นน้ำเกิดจากลำห้วยตาดโตน ไหลผ่านลำธารหินที่ยุบตัวลงเกิดเป็นน้ำตกชั้นไม่สูงนัก แต่มีสายน้ำที่สวยงามในช่วงฤดูฝน มีจุดให้คุณได้ลงเล่นน้ำได้ทั้งด้านบนน้ำตกและแอ่งน้ำด้านล่าง ช่วงเวลาท่องเที่ยวน้ำตกตาดโตนคือตั้งแต่เดือนมิถุนายน-ธันวาคม
นอกจากนี้ยังมีน้ำตกที่น่าเทียวอีก 2-3 แห่ง แม้ว่าจะเป็นน้ำตกเล็กๆ แต่ก็ทำให้คุณเพลิดเพลินได้ไม่น้อย เช่น น้ำตกและบึงห้วยหมาก น้ำตกห้วยกว้าง และน้ำตกรากไทร

                                                                                                                      

  

วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ผาแต้ม

ยินดีต้อนรับท่านผู้ชมทุกท่านค่ะ วันนี้ดิฉันจะพาไปชมสถานที่ท่องเที่ยวในภาคอีสานนั่นก็คือ ผาแต้ม สวยงามมากเหมาะแก่การไปถ่ายรูปมากๆเลยค่ะ ไปชมกันเล้ยยย  

                            อุทยานแห่งชาติผาแต้ม                                                                                                   ภูเขา ป่าไม้ แม่น้ำโขง อุทยานแห่งชาติผาแต้ม

ภาพโดย watcharin noothong จาก flickr.com/photos/exit_
ได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 74 ของประเทศ มีเนื้อที่ประมาณ 212,500 ไร่ หรือ 340 ตารางกิโลเมตร สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงต่ำสลับกันไปทั่วพื้นที่ ระดับความสูงของพื้นที่อยู่ระหว่าง 100-600 เมตรจากระดับน้ำทะเล แนวเขตด้านทิศตะวันออกใช้เส้นแบ่งเขตแดนประเทศและติดกับประเทศลาว ซึ่งมีแม่น้ำโขงเป็นแนวเขตโดยตลอดความยาวประมาณ 63 กิโลเมตร สภาพพื้นที่โดยรวมเป็นลานหิน รอบแนวเขตถัดจากฝั่งแม่น้ำโขงจะเป็นหน้าผาสูงชัน มีภูผาที่สำคัญได้แก่ ภูผาขาม ภูผาเมย ภูผาเจ็ก ภูผาสร้อย ภูย่าแพะ ภูชะนะได ภูผานาทาม ภูโลง ภูปัง ภูจันทร์แดง ภูหลวง ภูสมุย และภูกระบอ เป็นต้น อุทยานแห่งชาติผาแต้มเป็นแหล่งต้น้ำาลำธารของห้วยช้าง ห้วยภูโลง ห้วยฮุง ห้วยลาน ห้วยเพราะ ห้วยแยะ ห้วยกวย ห้วยกะอาก ห้วยใหญ่ ห้วยสูง และห้วยหละหลอยสิ่งที่ทำให้คนไทยที่ไม่ใช่เพียงนักท่องเที่ยวรู้จักกับผาแต้ม คือ การที่ผาแต้มเป็นพื้นที่ที่ใช้อ้างอิงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นของประเทศไทย ดังจะได้ยินกรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศในทุกเช้าอยู่เสมอว่าเวลาพระอาทิตย์ขึ้นวัดจากผาชะนะได ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของอุทยาน จึงเป็นจุดที่มองเห็นพระอาทิตย์ก่อนใครในสยาม ในด้านธรรมชาติที่นี่ยังอุดมด้วยป่าเต็งรังและป่าดิบแล้งจำนวนมาก สลับกับลานหินกระจายอยู่ทั่วภูเขา รวมถึงหน้าผาหินที่บริเวณผาแต้มเมื่อมองดูจากแม่น้ำโขงด้านล่างจะเห็นเป็นหน้าผาสูงที่สวยงามตามธรรมชาติ บริเวณด้านล่างของหน้าผามีภาพเขียนของสีก่อนประวัติศาสตร์ปรากฏเรียงรายอยู่ตามผนังเป็นจำนวนมาก เป็นภาพเขียนสีศิลปะถ้ำโบราณที่มีอายุเก่าแก่ และเป็นแหล่งที่พบมากที่สุดในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งคงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ควรค่าแก่การเก็บรักษา จนได้มีการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2534 เป็นต้นมาการเดินทางมาเที่ยวที่ผาแต้มนั้นมีสถานที่ที่น่าสนใจหลายแห่ง ทั้งทางโบราณคดีและธรรมชาติ ด้วยการเดินทางที่สะดวกสบายด้วยถนนลาดยางเข้าถึงที่ทำการอุทยานฯ และยังเชื่อมต่อกับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง คุณจึงสามารถขับรถเที่ยวได้ง่าย ในเส้นทางไปยังที่ทำการคุณสามารถจอดรถเที่ยวชมเสาเฉลียงซึ่งตั้งอยู่ริมทางก่อนถึงผาแต้มเพียง 1 กิโลเมตรเท่านั้น ที่อุทยานแห่งชาติผาแต้มมีเสาเฉลียงให้ชมอยู่ 2 แห่ง คือเสาเฉลียงคู่แห่งนี้ และเสาเฉลียงใหญ่ที่อยู่ในเขตบ้านผาชัน บนเนินหินด้านหลังเสาเฉลียง คุณยังสามารถเดินขึ้นไปชมวิวแม่น้ำโขงตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติได้ด้วย ถัดจากการเที่ยวชมเสาเฉลียงแล้ว ขับรถมาถึงลานจอดรถเพียงเดินเท้าผ่านลานหินไม่ไกลก็ได้มาชมภาพเขียนสีของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์มีอายุราว 3,000-4,000 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มภาพเขียนสีที่ยาวที่สุดในประเทศไทย การเดินชมภาพเขียนมีเส้นทางเดินลอดไปตามหน้าผาวกกลับมายังศูนย์บริการ ซึ่งคุณสามารถเดินเที่ยวได้ภายในวันเดียว จากนั้นจึงขับรถไปเที่ยวชมน้ำตกสร้อยสวรรค์ จากน้ำตกสร้อยสวรรค์ ยังมีเส้นทางเดินผ่าไปชมวิวที่ผาเจ๊ก และผาเมยได้อีก ระยะทาง 3 กิโลเมตร
สิ่งที่เป็นไฮไลท์ของการมาเที่ยวผาแต้มอีกแห่งหนึ่งคือ น้ำตกแสงจันทร์ หรือน้ำตกรู ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์ มีถนนลาดยางเข้าถึงลานจอดรถและเดินเท้าเข้าไปชมน้ำตกได้สะดวก ในเส้นทางเดียวกันนี้ขับรถต่อไปอีกหน่อยมีน้ำตกทุ่งนาเมืองให้คุณได้เที่ยวชมอีกเช่นกัน และไปจบรายการเส้นทางนี้ที่เถาวัลย์ยักษ์ ที่สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ หากคุณเป็นคนชอบเดินป่า จากหน่วยพิทักษ์อุทยานคันท่าเกวียนยังมีเส้นทางเดินไปชมน้ำตกห้วยนาเมืองใหญ่ ภูถ้ำน้ำ ผาหินฝน ถ้ำโบกโลง กลุ่มเสาเฉลียง หินโยกมหัศจรรย์ ผาแดง และโหง่นแต้มได้ด้วย การเดินทางต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางด้วย หากคุณมีเวลาไม่มากนัก เพียงขับรถมาชมน้ำตกทุ่งนาเมืองก็เพียงพอแล้ว นอกจากนี้ยังสามารถใช้เส้นทางไปยังบ้านนาโพธิ์กลาง-บ้านซะซอม หากเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อสามารถขับไปจนถึงถ้ำปาฏิหาริย์ได้ จากนี้จะเป็นเส้นทางเดินป่าพิชิตยอดผาชะนะได ซึ่งเป็นเส้นทางเดินป่าที่นิยมของนักเดินไพรเป็นอย่างยิ่ง                                                                                                                                         

ภูทอก

ภูทอก                                            สวัสดีค่ะท่านผู้ชมวันนี้ดิฉันจะพาไปชมสถานที่ท่องเที่ยวในภาคอีสานนั่นก็คือ ภูทอก เป็น...